อ่างอาบน้ำอะคริลิค หรือ Acrylic Bathtub เป็นอ่างที่พบได้ทั่วไปในบ้าน โรงแรม คอนโด และโครงการต่าง ๆ เพราะมีน้ำหนักไม่มาก มีรูปทรงให้เลือกหลากหลาย และมีหลายระดับราคา
สิ่งที่ควรเข้าใจคือ อ่างอะคริลิคไม่ได้เป็นอะคริลิคตันทั้งใบ โดยทั่วไปจะใช้แผ่นอะคริลิคขึ้นรูปเป็นผิวอ่าง แล้วเสริมความแข็งแรงจากด้านหลังด้วยวัสดุและโครงสร้างอื่น
อะคริลิคที่ใช้กับอ่างอาบน้ำโดยทั่วไปคือวัสดุประเภท PMMA ซึ่งเป็นพลาสติกที่สามารถอ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อนและนำไปขึ้นรูปได้
จึงเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการพื้นผิวเรียบและมีรูปทรงโค้ง เช่น อ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า และถาดอาบน้ำ
กระบวนการเริ่มจากแผ่นอะคริลิคเรียบ นำไปให้ความร้อนจนแผ่นอ่อนตัว จากนั้นขึ้นรูปกับแม่พิมพ์ โดยมักใช้ระบบสุญญากาศช่วยดึงแผ่นให้แนบกับรูปทรงของแม่พิมพ์ หรือที่เรียกว่า Vacuum Forming
เมื่อวัสดุเย็นลง แผ่นจะคงรูปเป็นอ่างอาบน้ำ จากนั้นจึงเสริมความแข็งแรงด้านหลังด้วยวัสดุอย่าง Fiberglass, Resin รวมถึง Frame หรือฐานรองรับบริเวณก้นอ่าง
จึงสามารถนึกภาพโครงสร้างของอ่างอะคริลิคง่าย ๆ ได้ว่า
Acrylic Surface → Reinforcement → Structural Support
เมื่อแผ่นอะคริลิคถูกดึงจากแผ่นเรียบให้กลายเป็นอ่างที่มีความลึก วัสดุจะเกิดการยืดตัว
ดังนั้นแผ่นที่เริ่มต้นหนา 3 มม. ไม่ได้หมายความว่าหลังขึ้นรูปแล้วทุกตำแหน่งจะหนา 3 มม. เท่ากัน บริเวณที่ลึกหรือมีความโค้งมากอาจบางกว่าส่วนอื่น
เพราะฉะนั้นการดูเพียงตัวเลขความหนาของแผ่นยังไม่สามารถบอกคุณภาพของอ่างทั้งใบได้ ต้องดูวิธีขึ้นรูปและโครงสร้างเสริมด้านหลังร่วมด้วย
ไม่เหมือนกันทั้งหมด
ในอ่างอะคริลิค ผิวที่ผู้ใช้งานสัมผัสจะเป็น Acrylic ส่วน Fiberglass มักอยู่ด้านหลังเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง
อ่างหนึ่งใบจึงอาจประกอบด้วย
Acrylic + Fiberglass + Resin + Frame
แต่ยังเรียกว่าอ่างอะคริลิค เพราะ Acrylic เป็นวัสดุที่ใช้เป็นผิวอ่าง
อ่างที่เรียกว่า Acrylic ในตลาดไม่ได้มีโครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด
บางรุ่นใช้ Acrylic หรือ PMMA เป็นหลัก ขณะที่บางรุ่นใช้แผ่นแบบ Acrylic/ABS ซึ่งมี Acrylic เป็นผิวด้านหน้าและ ABS เป็นชั้นรองด้านหลัง
ทั้งสองแบบสามารถนำมาผลิตเป็นอ่างอาบน้ำได้ แต่คุณสมบัติและต้นทุนของวัสดุจะแตกต่างกัน
อ่างอะคริลิคมีน้ำหนักไม่มากเมื่อเทียบกับวัสดุหล่อที่มีเนื้อวัสดุหนา จึงช่วยให้การขนส่งและติดตั้งสะดวกขึ้น
กระบวนการขึ้นรูปด้วยความร้อนยังทำให้สามารถผลิตอ่างได้หลายรูปทรง ทั้งทรงรี สี่เหลี่ยม Freestanding, Built-in หรือ Whirlpool
พื้นผิว Acrylic มีลักษณะเรียบและทำความสะอาดได้ไม่ยาก หากดูแลด้วยวิธีที่เหมาะสม
อีกข้อหนึ่งคือเมื่อมีแม่พิมพ์แล้ว สามารถผลิตรุ่นเดิมซ้ำได้จำนวนมาก จึงเหมาะกับสินค้าขนาดมาตรฐานและโครงการที่ใช้รุ่นเดียวกันหลายชิ้น
เนื่องจาก Acrylic เป็นวัสดุพลาสติก ผิวจึงสามารถเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานหรือการทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสมได้
ความแข็งแรงของอ่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผ่น Acrylic เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเสริม Fiberglass, Frame และระบบรองรับบริเวณก้นอ่างด้วย หากโครงสร้างด้านหลังไม่เพียงพอ อ่างอาจมีอาการยวบหรือขยับเมื่อรับน้ำหนัก
นอกจากนี้ เนื่องจากอ่างต้องใช้แม่พิมพ์ในการขึ้นรูป หากต้องการเปลี่ยนความยาว ความกว้าง ความลึก หรือรูปทรงอย่างมาก อาจต้องสร้างแม่พิมพ์ใหม่ จึงไม่เหมาะกับงาน Custom ที่ต้องเปลี่ยนขนาดเป็นรายชิ้นเท่าวัสดุบางประเภท
แม้จะเรียกว่า Acrylic เหมือนกัน แต่ราคาสามารถต่างกันได้จากหลายปัจจัย ทั้งเกรดของแผ่น Acrylic ความหนาของวัสดุ การใช้ Acrylic หรือ Acrylic/ABS คุณภาพการขึ้นรูป ปริมาณการเสริม Fiberglass รวมถึง Frame ฐานรองรับ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
ดังนั้นอ่างอะคริลิคสองรุ่นที่ดูคล้ายกันจากภายนอก อาจมีโครงสร้างภายในและคุณภาพแตกต่างกันพอสมควร
ก่อนเลือกซื้อจึงควรดูมากกว่าคำว่า “Acrylic” หรือความหนาของแผ่นเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะโครงสร้างด้านหลัง ระบบรองรับน้ำหนัก และมาตรฐานการผลิตของผู้ผลิต