Materials in Service of Design
วัสดุมีผลโดยตรงต่อรูปทรง สัดส่วน ผิวสัมผัส น้ำหนัก โครงสร้าง และวิธีการใช้งาน การเลือกใช้จึงไม่ได้เริ่มจากชื่อหรือภาพลักษณ์ของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการพิจารณาว่าชิ้นงานและพื้นที่นั้นต้องการคุณสมบัติแบบใด
แนวทางด้านวัสดุจึงมีความยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามขนาด รูปทรง ตำแหน่งติดตั้ง และเงื่อนไขของแต่ละโครงการ เพื่อให้วัสดุสนับสนุนแนวคิดการออกแบบ แทนที่จะกลายเป็นข้อจำกัดของชิ้นงาน
Material as a Design Tool
วัสดุที่เหมาะสมช่วยให้แนวคิดสามารถพัฒนาเป็นชิ้นงานจริงได้ ทั้งเส้นโค้งต่อเนื่อง ขอบที่บางหรือหนา สัดส่วนขนาดใหญ่ ตลอดจนพื้นผิวและโทนสีที่ต้องสัมพันธ์กับองค์ประกอบรอบข้าง
ในแต่ละโครงการจึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้งด้านความงาม การใช้งาน น้ำหนัก ความแข็งแรง การขนส่ง การติดตั้ง สภาพแวดล้อม และการดูแลรักษา เพื่อให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์มากกว่าการเลือกวัสดุจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
วัสดุจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างพื้นผิวภายนอก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่กำหนดความเป็นไปได้ของรูปทรง รายละเอียด และประสบการณ์ในการใช้งาน
Our Material Foundation
หินสังเคราะห์และ Stone Composite เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่รองรับรูปทรงต่อเนื่อง ให้ผิวสัมผัสแบบด้าน และสามารถควบคุมรายละเอียดของสี ความหนา และสัดส่วนได้อย่างแม่นยำ
ความเข้าใจในส่วนประกอบ โครงสร้าง และพฤติกรรมของวัสดุ ช่วยให้สามารถปรับคุณสมบัติให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่อ่างอาบน้ำลอยตัว อ่างล้างหน้า ไปจนถึงชิ้นงานขนาดใหญ่หรือรูปทรงเฉพาะสำหรับโครงการ
อย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวัสดุกลุ่มนี้ วัสดุ โครงสร้าง และกระบวนการผลิตรูปแบบอื่นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ เมื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือทำให้แนวคิดเกิดขึ้นจริงได้อย่างเหมาะสมกว่า
Selected for Each Space
ไม่มีวัสดุชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกงาน ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาด รูปทรง ตำแหน่งติดตั้ง และเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน ย่อมต้องการแนวทางด้านวัสดุและโครงสร้างที่ต่างกัน
บางพื้นที่ให้ความสำคัญกับความเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำหนักแน่น และความรู้สึกแบบงานประติมากรรม ขณะที่บางโครงการต้องคำนึงถึงน้ำหนัก การขนส่ง การติดตั้ง หรือขนาดที่มากกว่าปกติ
วัสดุแต่ละชนิดจึงสามารถถูกเลือก ใช้ร่วมกัน หรือพัฒนาโครงสร้างขึ้นใหม่ให้เหมาะกับโจทย์เฉพาะ การเลือกวัสดุจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวที่ใช้เหมือนกันในทุกชิ้นงาน
Continuing Material Development
Immerse ไม่ได้กำหนดตัวตนของแบรนด์ไว้กับวัสดุประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจในวัสดุ ความยืดหยุ่นในการเลือกใช้ และการพัฒนาความเป็นไปได้ใหม่อย่างต่อเนื่อง
วัสดุใหม่ เทคโนโลยีการผลิต และแนวทางด้านโครงสร้างจะถูกนำมาทดลองและประเมิน ทั้งในด้านความแข็งแรง ผิวสัมผัส อายุการใช้งาน การผลิต การติดตั้ง และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจริง
เมื่อวัสดุหรือเทคโนโลยีใดสามารถสนับสนุนแนวคิด เพิ่มคุณภาพการใช้งาน ลดข้อจำกัดด้านน้ำหนักและขนาด หรือเปิดโอกาสให้เกิดรูปทรงและประสบการณ์รูปแบบใหม่ สิ่งนั้นสามารถพัฒนาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ได้ โดยยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพและการใช้งานจริงเป็นหลัก
Material is not the limitation of design, but the means to realise it.